หน้าหลัก > สาระน่ารู้ > วัสดุปูพื้นที่ใช้ในงานตกแต่งภายใน
Article
April 11, 2016
By gee-square
วัสดุปูพื้นที่ใช้ในงานตกแต่งภายใน

วัสดุปูพื้นที่ใช้ในงานตกแต่งภายใน

 

           พื้นที่ส่วนใหญ่ที่จะทำการตกแต่งภายในมักจะได้รับการกรุวัสดุพื้นเรียบร้อยแล้ว เช่น บ้านจัดสรร, คอนโดมิเนียม ยกเว้นพื้นที่ให้ห้างสรรพสินค้า ถ้าเราเป็นรายแรกที่ใช้พื้นที่ ห้างสรรพสินค้าจะให้แต่พื้นที่โล่งๆมาเราต้องทำการตกแต่งภายในทุกส่วน โดยทางโครงการจะเตรียมพวกงานระบบต่างๆมาแล้วให้ไปต่อท่อเพิ่มสายกันเอาเอง หากวัสดุพื้นที่ให้มา เราไม่พอใจก็สามารถเปลี่ยนได้ตามความประสงค์วัสดุพื้นที่แยกเป็นกลุ่มๆตามการปูได้ดังนี้

 

1. กลุ่มงานพื้นกระเบื้อง, หินอ่อน, หินแกรนิต, หินขัด

             กลุ่มนี้ต้องปรับระดับพื้นให้เรียบได้ระดับด้วยปูนทราย และเมื่อปูกระเบื้องหรือหินประเภทต่างๆแล้ว ควรให้ระดับสูงเท่ากับระดับพื้นภายนอก ถ้าเป็นส่วนของพื้นห้องน้ำหรือครัวก็ควรจะปรับระดับให้ลดลงหรือทำขอบกั้นน้ำวัสดุที่ยึดเกาะนั้นควรใช้ปูนกาวหรือกาวซีเมนต์

             งานตกแต่งภายในทั้งพื้นที่งาน การปูและปรับพื้นต้องแล้วเสร็จจึงจะทำงานเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินหรืองานผนังต่อ (วัสดุปูพื้นที่มีราคาแพงและป้องกันความเสียหายได้ยาก บางครั้งก็มีการวางแผนให้ปูภายหลังได้)ได้จึงควรหาวิธีป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับพื้น การทำงานของช่างไม้ ช่างสี ช่างงานระบบต่างๆวางของกองวัสดุเดินไปมาของคนงาน ฯลฯ จะทำให้พื้นเสียหายแน่นอน หากไม่ได้รับการป้องกันเป็นอย่างดี

 

 

 

 

2. กลุ่มงานพื้นไม้จริง

2.1 ไม้จริง

             ไม้จริงที่ใช้ในการตกแต่งภายในมีขนาดหน้ากว้างและมีความยาวมากๆเช่น ไม้สัก  ไม้แดง ไม้มะค่า เป็นต้น  ให้ความรู้สึกหรูหรา มีบารมี อันเนื่องมาจากราคาที่สูงและหาซื้อให้ได้ขนาดหน้ากว้างมากๆได้ยาก  โดยมากมักเป็นไม้ที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือเป็นไม้เก่านำมาปูใหม่  การติดตั้งโดยการยึดตะปูเข้ากับตงที่เป็นโครงสร้างของพื้นไม้ หรือหากเป็นบ้านที่มีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กแบบบ้านในปัจจุบัน ก็ต้องมีการวางตงไม้เป็นระยะๆแทรกอยู่ระหว่างปูนทรายที่ปรับผิวพื้นก่อน เพื่อให้ตงทำหน้าที่ยึดพื้นไม้เอาไว้

 

2.2 ไม้จริงปาร์เก้ 

             ไม้ปาร์เก้เป็นชิ้นไม้ที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก มักผลิตออกมาเป็นแผ่นๆแล้วปูต่อกันเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่  ไม้ปาร์เก้มีหลายขนาด   หลายประเภท เช่น ไม้สัก,มะค่า,แดง,ตะแบก,เมเปิล,โอ๊ค เป็นต้น การทนต่อการใช้งานมีไม่เท่ากัน จึงควรเลือกตามการใช้งานในให้เหมาะสมกับการตกแต่งภายใน ในแต่ละพื้นที่ เช่น ไม้สักเป็นไม้ที่มีสีและลวดลายสวยงาม แต่ไม่ค่อยทนต่อการใช้งานหนักไม้แดง ไม้ตะแบกหรือไม้มะค่าจะแข็ง ทนทานต่อรอยขีดขูดได้มากกว่าการปูไม้ปาร์เก้ต้องใช้กาวในการยึดติดหลังจากนั้นจึงทำการขัดผิวและทาวัสดุเคลือบผิว เช่น ยูริเทน,แลคเกอร์ หรือวานิช

 

2.3 ไม้จริงปาร์เก้สำเร็จรูป

             ไม้เอนจิเนียร์วู๊ด เป็นการนำเอาเนื้อไม้จริงขนาดบางๆ หนาประมาณ 3.5 มม.-4 มม. มาปิดทับกับชั้นไม้อัดหรือไม้HDFที่อยู่ด้านล่าง ชั้นไม้อัดด้านล่างทำมาจากเศษไม้ยางพารา ไม้สนหรือไม้อัดประสาน  ไม้ที่มีคุณภาพดีๆผิวหน้าทำสีเคลือบแลคเกอร์ หนา 8 ชั้น  ไม้ที่มีคุณภาพดีๆอาจจะกรุแผ่นยางบางๆด้านล่าง การใช้ไม้สำเร็จรูปแบบนี้ในการตกแต่งภายในจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ต้องขัดผิวปาร์ไม้ ไม้จริงให้ฝุ่นคุ้งเพื่อลดความเสียหายจากการทำงานในส่วนอื่นๆ

             ไม้ปาร์เก้ลามิเนต เป็นวัสดุทดแทนและเลียนแบบสีและลายแบบไม้ธรรมชาติ ไม้ปาร์เก้ลามิเนตมี 4 ชั้น ชั้นบนสุดเป็นวัสดุเคลือบผิว (wear layer) ชั้นลายไม้เป็นชั้นที่ใช้วัสดุพิมพ์ให้ดูเป็นลายไม้ประเภทต่างๆ ชั้นกลางเป็นวัสดุหลักหนาที่สุด ทำจากไม้ HDF ซึ่งเป็นเยื่อไม้ที่นำมาบดและอัดด้วยแรงดันสูง ส่วนชั้นล่างสุดเป็นแผ่นวัสดุที่ทำหน้าที่ป้องกันความชื้น ก่อนทำการปูก็ต้องใช้แผ่นโฟมรองพื้น (PE)ก่อนปูไม้ปาร์เก้ลามิเนต เพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นสัมผัสกับแผ่นไม้โดยตรง  การปูปาร์เก้ลามิเนตนั้นเป็นขั้นตอนการทำงานท้ายๆในการตกแต่งภายใน  โดยต้องทำงานส่วนต่างๆรวมทั้งงานเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินให้เสร็จเสียก่อน จึงปูไม้ปาร์เก้ลามิเนตเข้าไปชน

             กลุ่มงานกระเบื้องยาง,พรม กลุ่มนี้เป็นการปูพื้นในขั้นตอนท้ายๆของการตกแต่งภายในงานตกแต่งฝ้า ผนัง งานเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินแล้วเสร็จจึงจะทำการปูวัสดุดังกล่าว  กระเบื้องยางมีหลายขนาด มีทั้งเลียนแบบสีและลวดลายวัสดุธรรมชาติ เช่น ลายไม้,ลายหินอ่อน,หินแกรนิต เป็นต้น หรือเป็นแผ่นขนาดใหญ่ชนิดเป็นม้วน มักพบเห็นตามโรงพยาบาลต่างๆชนิดเป็นแผ่นก็มีขนาดที่เลียนแบบแผ่นไม้ปาร์เก้ การปูกระเบื้องยางนั้นใช้กาวเป็นตัวยึดติดบนพื้นที่เรียบๆ

             พรมก็เช่นกันมีแบบขนาดเป็นแผ่นๆ (carpet tile) ขนาดประมาณ 50 ซม.×50 ซม. การปูพรมแผ่นนั้นเป็นการใช้ทากาวทาลงบนพื้นที่มีพื้นผิวที่ต้องปรับเรียบ การปูนั้นสามารถปูสลับไปมาให้เกิดลวดลายต่างๆที่สวยงามได้  เปลี่ยนหรือซ่อมแซมแผ่นที่เสียหายได้ง่าย หรืออีกชนิดคือพรมทอที่มีขนาดหน้ากว้างราว 3.66-4 เมตร สามารถสั่งทอเป็นลวดลายต่างๆตามที่มัณฑนากรหรือดีไซเนอร์ออกแบบได้    ส่วนการปูพรมทอที่มีขนาดใหญ่ๆนั้น กรรมวิธีการปูจะเป็นไปอีกแบบหนึ่ง คือต้องมีชิ้นไม้ที่เรียกว่า ไม้หนาม ขนาดเล็กๆแต่ยาว ที่มีตะปูตลอดแนวของชิ้นไม้ ทำหน้าที่ยึดกับพรมรอบด้าน เพื่อทำให้พรมตึงไม่ย่น  หลังจากนั้นจึงปูแผ่นยางสีดำหนาสัก 8 มม. เพื่อรองรับพรมให้เพิ่มความหนานิ่ม

 


 

สรุปแนวทางในการเลือกใช้วัสดุพื้นในการตกแต่งภายใน

 

1. ตกแต่งอาคารพักอาศัย (RESIDENCE DESIGN)

             พื้นชั้นล่าง ควรใช้วัสดุที่ทนทาน ป้องกันความชื้น เช่น กระเบื้อง,หินแกรนิต,หินอ่อน หรือหินขัด เนื่องจากพื้นชั้นล่างต้องสัมผัสกับความชื้นจากดิน,จากน้ำท่วม,จากการใช้งานค่อนข้างหนัก

             พื้นชั้นบน ควรเลือกวัสดุที่เป็นธรรมชาติ เช่น ไม้ปาร์เก้ไม้เอ็นจิเนียร์วู๊ด ไม้ลามิเนท เป็นต้น เนื่องจากพื้นชั้นบนมักจะเป็นพื้นที่ห้องนอน ห้องพักผ่อน การใช้วัสดุที่เป็นธรรมชาติจะเหมาะสมที่สุด

 

2. ตกแต่งอาคารสำนักงาน( OFFICE DESIGN)

             พื้นที่ทั่วๆไปควรคำนึงถึงวัสดุที่ทนทานต่อการใช้งานและป้องกันความชื้น เช่น กระเบื้อง หินแกรนิต หินขัด เนื่องจากดูแลรักษาง่ายและรองรับการใช้งานหนักจากคนกลุ่มใหญ่ บางพื้นที่หากต้องการตกแต่งภายในสร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่น เชิญชวน ต้อนรับ เช่นพื้นที่ส่วนโถงต้อนรับ,ห้องประชุม หรือห้องผู้บริหาร พื้นไม้สำเร็จรูป เช่น ไม้เอนจิเนียร์วู๊ด,ไม้ลามิเนต,พรมแผ่น,กระเบื้องยางลายเลียนแบบวัสดุธรรมชาติก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

 

 

3. ตกแต่งร้านอาหาร, ตกแต่งโชว์รูม( SHOP&RESTAURANT DESIGN)

             โดยรวมต้องรองรับการใช้งานหนักทั้งจากลูกค้าหรือจากการทำความสะอาดของพนักงาน วัสดุกลุ่มที่รองรับการใช้งานหนัก เช่น กระเบื้อง,หินแกรนิต จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด กระเบื้องควรเลือกกลุ่มกระเบื้องแกรนิตโต้ที่มีความแกร่งและเป็นเนื้อเดียวกันทั้งแผ่น ไม่ควรเลือกกระเบื้องเซรามิคที่ผิวหน้าพิมพ์ลวดลายแล้วเคลือบผิว  เนื่องจากนานๆไปลวดลายที่อยู่บนผิวหน้าจะหลุดลอก จางไปตามอายุการใช้งาน

2017 © GEE-SQUARE ALL RIGHT RESERVED.