หน้าหลัก > สาระน่ารู้ > ปัญหาสุดคลาสสิคในการตกแต่งภายใน
Article
April 21, 2016
By gee-square
ปัญหาสุดคลาสสิคในการตกแต่งภายใน

ปัญหางานตกแต่งภายในที่มักพบเจอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน

 

1. การทำงานไม่มีแบบรายละเอียด spec วัสดุที่ชัดเจน

          กรณีนี้ถ้าหากเจ้าของกับช่างเฟอร์นิเจอร์สื่อสารได้เข้าใจตรงกัน ตรงไปตรงมาก็อาจจะไม่มีปัญหาแต่หากมีแบบแปลน มีภาพ 3 มิติ กำหนดspecวัสดุที่ใช้ มีBOQ หรือรายละเอียดราคา มันเหมือนเป็นรูปแบบหนึ่งของสัญญาที่ต้องปฏิบัติตาม การที่ไม่มีแบบจะทำให้ทั้งช่างเฟอร์นิเจอร์และเจ้าของบ้านจินตนาการไปกันคนละทาง บางโครงการทั้งที่มีแบบแปลนรายละเอียดแล้วเจ้าของบ้านบางรายยังเข้าใจไม่ตรงกัน ดังนั้นถ้าไม่มีแบบแปลนรายละเอียดแล้วน่าจะเป็นปัญหาเสียมากกว่า

 

 

2. ช่างเฟอร์นิเจอร์หรือผู้รับเหมางานตกแต่งภายในกับสถาปนิกตกแต่งภายในนั้นมีความถนัดและชำนาญเฉพาะด้านที่ไม่เหมือนกัน

          ถ้าเป็นการทำงานแบบง่ายๆ พื้นที่ไม่ใหญ่นัก หรือสามารถสื่อสารกันได้ เข้าใจกันระหว่างช่างเฟอร์นิเจอร์หรือผู้รับเหมางานตกแต่งภายในกับเจ้าของโดยมีตัวอย่างงานให้ทำตามก็ไม่มีปัญหา ช่างเฟอร์นิเจอร์ซึ่งมีความชำนาญทางการผลิต ก็อาจจะมาทำหน้าที่ออกแบบภายในได้บ้าง

          หากเป็นงานที่พื้นที่ขนาดใหญ่มีงานระบบที่ซับซ้อนก็คงเป็นการใช้ประสบการณ์ในอดีตมาทำให้แต่จะเป็นการดีกว่าถ้ามีแบบที่ให้ผู้ชำนาญการเรื่องการออกแบบตกแต่งภายในเป็นคนดำเนินการ เพราะกว่าทำงานได้ก็ต้องเรียนกันตั้ง 4 ปี รวมประสบการณ์ทำงานอีก 4 ปี รวมแล้วก็เป็น8 ปีหรือถ้าหากผู้รับเหมางานตกแต่งภายในมีทีมงานฝ่ายออกแบบภายในมาช่วยก็ไม่เป็นปัญหา

 

3. เสนอราคาถูกเกินไป

          ผู้รับเหมางานตกแต่งภายในมักจะบ่นกับเจ้าของบ้านว่าขาดทุน อาจเกิดมาจากการประมาณราคาผิด คิดรายละเอียดไม่ครบถ้วนหรืออยากได้งานจึงทำราคาถูกๆแต่หากมีแบบรายละเอียดแบบแปลนและสเปคแล้ว โอกาสที่ทำราคาผิดมีไม่มาก ต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อผู้รับเหมางานตกแต่งภายในบ่นว่าขาดทุน

          3.1 อาจจะลด spec วัสดุ ลดคุณภาพวัสดุ ลดขั้นตอนการทำงานไม้และงานสี

          3.2 จ้างลูกน้องค่าแรงงานถูกๆ ลูกน้องที่เป็นช่างฝีมือค่าแรงก็จะสูงตามประสบการณ์ ค่าแรงงานถูกๆก็มักเป็นช่างไม้ ช่างสีที่เพิ่งหัดจับเครื่องมือช่าง คุณภาพงานก็จะต่ำ ทำงานแบบฝีมือหยาบๆไม่ปราณีต

          3.3 ขอเพิ่มเงิน ถ้าเป็นการประมูลโดยมีแบบเป็นมาตรฐานที่ผู้รับเหมางานตกแต่งภายในแต่ละรายเสนอราคาแข่งกัน แล้วมาทำราคาถูกๆเพื่อได้งาน แบบนี้เจ้าของบ้านคงทำใจยากที่จะให้เพิ่มหลังจากนั้น...

          3.4 ทิ้งงาน เพราะมองเห็นอนาคตแล้วว่าทำงานต่อไปมีแต่จะขาดทุน สัญญาณของการทิ้งงานเริ่มมีตั้งแต่เข้ามาทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง ไม่ค่อยเข้าหน้างาน โทรไปไม่รับสาย ลูกน้องนั่งว่างเพราะไม่ได้รับค่าแรงหรือรอวัตถุดิบที่ไม่เข้าหน้างานสักที

 

 

4. ประเมินเวลาแล้วเสร็จไม่ทันตามกำหนดเวลาอย่างที่ตกลง

          อาจมีงานอื่นที่ไม่ได้อยู่ในสัญญาที่ทำให้งานล่าช้า เช่น ต้องรอช่างปูพื้น ต้องรอช่างไฟและรอช่างแผนกอื่นๆ กรณีนี้เจ้าของบ้านก็น่าจะเข้าใจ   แต่หากล่าช้าเพราะมาทำงานบ้าง ไม่มาทำงานบ้าง ขาดแรงงานบ้าง สั่งของขาดไม่ครบบ้างก็เริ่มเป็นปัญหาแล้ว

          ถ้าหากเป็นโครงการที่ต้องเสร็จตามกำหนดคงซีเรียสแน่นอนเพราะห้างสรรพสินค้าดังๆนั้นเค้าปรับเจ้าของงานหรือร้านค้าวันละ 3 หมื่นหากงานเสร็จไม่ทันห้างฯเปิด   เพราะพื้นที่ของห้างฯคงดูไม่ดีในสายตาลูกค้าแน่         ถ้าแต่ละร้านค้ามีผนังปิดกั้นหน้าร้าน มีกลิ่นสี กลิ่นไม้ มีเสียงเลื่อยไม้ รบกวนบรรยากาศโดยรวมแต่หากล่าช้าเพราะเจ้าของปรับแบบ แก้ไขแบบอันนี้ก็ต้องเข้าใจช่างเฟอร์นิเจอร์เพราะการแก้ไขงานจะพันกันไปหมด ต้องรื้อใหม่ทำสีใหม่ งานแก้ไขจะทำได้ยากกว่างานที่เริ่มใหม่ งานออกมาจึงช้ำ   ดูไม่ดีแน่นอน

 

5. ขาดผู้ควบคุมงาน

          ช่างไม้ ช่างสีแต่ละคนก็ทำงานของตัวเอง เก่งบ้างไม่เก่งบ้าง ผู้ควบคุมงานหรือสถาปนิกตกแต่งภายในคือคนที่เห็นภาพรวม คอยจัดการควบคุมคุณภาพงานและจัดระเบียบงานต่างๆให้สัมพันธ์กันตามรูปแบบ

 

6. พื้นที่เสียหาย

          หากเข้ามาใช้พื้นที่บ้านเป็นโรงงานผลิตงานเฟอร์นิเจอร์ต้องมีมีปัญหาแน่นอน ตั้งแต่พื้นที่เสียหายจากการทำงาน วัสดุตกพื้น เช่น เศษไม้ หัวตะปู ช่างเดินไปเดินมาทั้งวันก็ย่ำกันไป เดินลากเศษขยะกันไป ผลคือพื้นมีตำหนิเป็นเป็นรอยขูดขีด ต่อให้เอากระดาษ, ไม้อัดมารอง เศษขยะเหล่านี้ก็สามารถเล็ดลอดเข้าไปได้ ไหนสีจะหก ทินเนอร์หก

          ห้องน้ำใหม่ๆที่ยังไม่มีโอกาสใช้ก็จะสกปรกไปด้วยกับการใช้บริการของช่างทั้งหลาย ช่างสีบางคนมักง่ายก็อาศัยล้างแปรงสี เทสีและเศษขยะลงไปตามท่อระบายน้ำทิ้งเป็นต้น เศษขยะ เศษอาหารก็มีให้เห็นเป็นประจำ บางงานที่มีช่างเข้ามาเดินพาเหรดกันใน site งานเยอะๆโดยเจ้าของแยกจ้างเป็นชุดๆไปเพื่อลดต้นทุน จะเกิดการเกี่ยงกันว่าขยะที่เห็นๆกันอยู่นั้นไม่ใช่ขยะของตัวเอง เครื่องมือเครื่องใช้ก็ถูกยืมๆกันไปโดยไม่ยอมเอามาคืน บาง site งานก็อาจจะกลายเป็น nursery เล็กๆเพราะลูกๆหลานๆของช่างทั้งหลายนั่นเอง

 

 

7. เจ้าของบ้านเป็นปัญหาเสียเอง

          7.1 เจ้าของบ้านไม่สรุป เช่น ไม่สรุปสีหรือวัสดุบางตัวก็เป็นเหตุให้งานล่าช้า

          7.2 งานนี้มีเจ้าของหลายคน  เช่นงานตกแต่งภายในบ้านพักอาศัยต่างคนต่างมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน ไหนจะสามี ภรรยา ลูกๆหรือเครือญาติ ถ้าสรุปกันให้เรียบร้อยก่อนลงมือทำปัญหาก็จะไม่เกิด ส่วนใหญ่เกิดจากการไม่เข้าใจแบบ ดีไซน์เนอร์เขียนภาพในมุมมองที่ไม่ครอบคลุมเจ้าของเลยไม่เข้าใจ ภาพ 3D มันเป็นเรื่องที่ต้องมีค่าใช้จ่าย  ดีไซน์เนอร์จึงเลือกเขียนบางมุม บางจุดที่มองไม่เห็นจะปรากฏเป็นภาพ 2 มิติหรือเป็นรูปด้านในแบบที่ใช้ก่อสร้างไปเลยทำให้เจ้าของเข้าใจยาก มาเห็นมาเข้าใจก็ตอนที่ช่างทำงานเสร็จแล้ว การแก้ไขจะทำได้ยากหรือหากสั่งแก้ไขงานแล้ว งานจะออกมาจะไม่ปราณีตเท่าที่ควร

          7.3 เจ้าของบ้านจ่ายเงินล่าช้า งานก็จะไม่คืบหน้าเพราะผู้รับเหมางานตกแต่งภายในส่วนใหญ่มีทุนไม่ค่อยมาก ค่าใช้จ่ายเยอะ ไหนจะค่าวัสดุ ค่าแรงลูกน้อง ค่ากินค่าใช้ต่างๆ อีกทั้งก็กลัวลูกค้าจะเบี้ยวเงิน ไม่ยอมจ่ายเงินค่าจ้าง

          7.4 เจ้าของอยากได้ของดีราคาถูก ของดีราคาถูกไม่มีในงานตกแต่งภายในที่ดี

 

8. คุณภาพวัสดุ

          คุณภาพที่ดีของวัสดุย่อมคู่กับราคาที่สูงๆตามไปด้วย ต้องตัดสินใจเลือกใช้ของที่มีคุณภาพเพราะสิ่งที่เรากำลังทำมันจะอยู่กับเราไปอีกนาน เราจะหงุดหงิดมากถ้าการใช้งานมีปัญหา ไม่ได้ดั่งใจปรารถนา ถ้าหากงบน้อยแนะนำให้ซื้อพวกของสำเร็จรูปครับ คุณภาพและราคาก็เหมาะกับลูกค้าที่เพิ่งเริ่มทำงานมีรายได้ หรือเป็นพื้นที่ขนาดเล็กๆ เพราะอีกหน่อยหากมีรายได้มากขึ้น ครอบครัวขยายใหญ่ขึ้นก็ต้องย้ายไปอยู่ในพื้นที่ใหม่ที่มีขนาดใหญ่ เอางบไปทำงานดีๆตรงนั้นจะดีกว่า

 

 

9. คุณภาพฝีมือช่างเฟอร์นิเจอร์และความมักง่าย

          หากมีแบบ มี spec ที่ได้มาตรฐานก็ลดปัญหาไปได้มากกว่าครึ่ง แต่ครึ่งที่เหลือก็สำคัญมากfitting ดีๆแต่ติดไม่เป็น specการติดตั้งเป็นภาษาอังกฤษหรือมักง่ายอาศัยประสบการณ์ (ผิดๆ) ใช้กะเอา พอมันคลาดเคลื่อนก็ติดใหม่เจาะใหม่หรือลืมฝังโครงที่จะยึด fittingที่สำคัญๆเช่น ไม่มีโครงยึดราวแขวนผ้า แบบนี้ก็คงใช้งานไปได้สัก 2 สัปดาห์ราวแขวนผ้าก็คงพังลงมาเพราะน้ำหนักเสื้อผ้า

          ความมักง่ายก็มักพบเห็นกันเป็นประจำ เช่น ลดขั้นตอนการทำสีโดยเฉพาะจุดที่มองไม่เห็น เช่น หลังตู้ ด้านบนสุดของตู้ ใต้ลิ้นชัก ขอบด้านบนๆหรือล่างของหน้าบาน ใส่น็อตไม่ครบที่บานพับ พ่นสีโดยไม่คลุมรางลิ้นชัก ซึ่งคราบสีก็จะทำให้ลิ้นชักฝืดจนแก้ไขไม่ได้ เป็นต้น

 

10. ปัญหาจากดีไซน์เนอร์

          ทำแบบไม่ชัดเจนบ้าง แบบที่ดีไซน์เนอร์ออกแบบใช้จินตนาการหลุดโลก ทำได้ยากและไม่คำนึงถึงโลกแห่งความเป็นจริง แบบไม่ชัดเจนก็พอจะแก้ไขได้แต่ก็จะมีปัญหาน้อย ถ้าช่างเฟอร์นิเจอร์มีประสบการณ์ ดูแบบเข้าใจก็จะมีคำถามกลับไปหาดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบก่อนที่จะเสนอราคา

          ส่วนแบบที่ทำยากๆเช่น กระจกขนาดใหญ่ๆหรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆที่ไม่สามรถขนส่งขึ้นไปทางลิฟท์หรือทางบันได ต้องอาศัยรถยกส่งขึ้นไปชั้นบนๆแล้วต้องถอดประตู หน้าต่างที่บริเวณระเบียงออก หรือเป็นงานทดลองอะไรใหม่ๆของดีไซน์เนอร์งานโค้งๆหรือรูปทรงอิสระ ออกแบบงานไรยากๆแล้วมักจะโยนไปให้ช่างเฟอร์นิเจอร์คิดหาทางแก้ปัญหาเอาเอง หรือทำงานล่าช้าไม่อนุมัติหรือสรุปแบบเสียทีหรือออกแบบไม่สอดคล้องกับหน้างาน

          การไม่จบกันของวัสดุ ไม่คำนึงถึงรอยต่อที่อาจมีของพื้นผิวงานขนาดใหญ่หรือเป็นเพราะดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบขาดความเข้าใจ ขาดความชำนาญต่องานออกแบบนั้น ดังนั้นดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบที่เปรียบเสมือนที่ปรึกษาของเจ้าของบ้านต้องเข้าใจธรรมชาติและความเป็นจริงต่อวัสดุที่เลือกใช้ มันมีข้อจำกัดในระดับหนึ่งหรือต้องเข้าใจฝีมือและทักษะของแรงงานในปัจจุบัน ตลอดจนเป็นคนกลางที่คอยช่วยให้งานเดินต่อไปอย่างราบรื่น ทำประสานงานกับทุกฝ่าย ตรวจสอบควบคุมคุณภาพไปในทิศทางที่ได้มาตรฐานและเป็นที่พึงพอใจของลูกค้า

 

11. การเบิกเงินของผู้รับเหมางานตกแต่งภายในไม่สมดุลกับเนื้องาน

          สัญญาว่าจ้างส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะเบิกเงินตามความคืบหน้าเป็นเปอร์เซ็นของงานทั้งหมดหรือเขียนแบบคลุมเครือว่าเบิกเงินเมื่อนำเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินเข้าติดตั้งหน้างานหรือเมื่อเริ่มงานสี มันเป็นการยากที่จะประเมินความคืบหน้าทั้งการเขียนสัญญาและตีความ

          ทางแก้ไขคือใช้วิธีหักเงินประกันแต่ละงวดเก็บไว้ หรือมีเงินค้ำประกัน สัญญาและผลงานแบบราชการหรือต้องอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจและดูความตั้งใจในการทำงานของผู้รับเหมางานตกแต่งภายใน ดูความน่าเชื่อถือ ดูหลักแหล่งของผู้รับเหมา หากเป็นแบบไม่มีสถานที่ตั้งแน่นอน อยู่ต่างจังหวัดแต่มาอาศัยบ้านเช่า แบบนี้คงตามกันยากหากทิ้งงานขึ้นมา ทางที่ดีควรเลือกใช้บริการกับผู้รับเหมางานตกแต่งภายในที่จดทะเบียนนิติบุคคล มีหลักแหล่งประกอบธุรกิจที่แน่นอน ทำธุรกิจมาเป็นระยะเวลานาน มีความน่าเชื่อถือ มีผลงานต่างๆที่ทำในอดีตหรือลองตรวจสอบ พูดคุยกับเจ้าของรายอื่นๆว่าผู้รับเหมางานตกแต่งภายในรายนี้เป็นอย่างไรแน่นอนคนที่ตั้งใจทำธุรกิจนี้อย่างจริงใจจะต้องรักษาชื่อเสียงและคุณภาพ หากไปคาดหวังจะได้ราคาถูกๆ คงต้องไปเสี่ยงดวงกับผู้รับเหมาสัญจร (ไม่มีหลักแหล่ง มีงานที่ไหนก็ไปหาบ้านเช่าแถวๆนั้น)

 

2017 © GEE-SQUARE ALL RIGHT RESERVED.